คนจะสำเร็จจำเป็นต้องอ่านหนังสือไหม By แจ็คหม่า

0
2014

การจะประสบความสำเร็จได้นั้นไม่เกี่ยวกับการอ่านหนังสือเสมอไป แต่ว่าหลังจากประสบความสำเร็จแล้ว คุณอ่านหนังสือไหม? อันนี้สิถึงจะสำคัญ หลายคนไม่ได้อ่านหนังสือมากมายแต่ประสบความสำเร็จได้ แต่ถ้าประสบความสำเร็จแล้วไม่ เขาก็จะตกต่ำลงเรื่อยๆ ตัวอย่างนี้มีให้เห็นอยู่เยอะ ผมว่าการอ่านหนังสือต้องอ่านให้เป็น แน่นอนผมไม่ใช่คนชอบอ่านหนังสือ ผมเลยต้องอ่านหนังสือให้เป็น อย่างในบริษัทมีหลายคนที่ชอบอ่านหนังสือมาก แต่ที่แปลกคือ IQ พวกเขาสูงมาก แต่ EQ กลับต่ำ ซึ่งจริงๆ EQ ต่างหากที่สัมพันธ์กับการประสบความสำเร็จ

ผมมักจะมองคนๆหนึ่งเหมือนหนังสือเล่มนึง ฉะนั้นที่ผมเจอใคร ไม่ว่าเขาจะเป็นยังไง ผมก็ชื่นชมเขาหมด แบบคนนี้น่าสนใจ ไอเดียเจ๋ง จริงๆหนังสือหลายเล่มผมอ่านไม่กี่หน้าก็รู้แล้วว่าหลังๆเป็นยังไง อ่านแล้วเดาได้เลยว่าเรื่องจะเป็นไงต่อ เพราะงั้นส่วนใหญ่อ่านไม่จบก็โยนทิ้ง แต่ถ้าเป็นนิยายของกิมย้งนี่เดาไม่ออกเลย ผมเลยชอบอ่านนิยายของเขา แต่ถ้าเป็นคน ผมว่าอ่านยากกว่าหนังสือ อย่างบริษัทมีพนักงาน 24,000 คนเท่ากับผมมีหนังสือในบริษัท 24,000 เล่ม ทั้งประสบการณ์ชีวิต กับเรื่องราวที่พวกเขาเจอ พวกเขาแก้ไขปัญหาต่างๆได้ยังไงผมก็เดาไม่ ดังนั้นจึงอยากจะบอกทุกคนว่าการอ่านหนังสือนั้นสำคัญ แต่การอ่านคนและมีปฏิสัมพันธ์นั้นสำคัญยิ่งกว่า

หลายๆต่อหลายคนอยากให้ผมอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งเป็นหนังสือที่จะทำให้ชนะ ebay ได้ หนังสือเล่มนั้นคือ “Perfect Market Place” เขียนโดย ebay เขียนถึงวิธีที่ ebay เอาชนะ Yahoo ผมโยนหนังสือเล่มนั้นทิ้งเลย ผมบอกเพื่อนว่าวันหนึ่ง ebay จะได้อ่านหนังสือวิธีที่พวกเราจะเอาชนะเขาได้ ยิ่งคุณรู้จักเขามากเกินไป อะไรๆคุณก็จะทำตามเขาแบบของเขา ถ้าเป็นแบบนั้นยิ่งอันตราย
หลายคนอ่านหนังสือเยอะมาก จนการอ่านกลายเป็นความเพลิดเพลิน อ่านแล้วหัวเราะ อ่านแล้วร้องไห้ แต่ถ้าให้ผมอ่านไปคิดไปหรือให้ผมเล่าเรื่อง ผมทำไม่ได้จริงๆ ผมเป็นคนสมองเล็ก จึงต้องรู้วิธีที่จะใช้สมองเล็กๆนี้ยังไง นั่นคือ คุณต้องลืมอะไรที่ไม่จำเป็นให้เร็ว ยิ่งอ่านหนังสือแยอะก็เหมือนการลงโปรแกรมในคอม ยิ่งคุณลงโปรแกรมเยอะคอมจะยิ่งอืด สมองท่านอื่นอาจทำงานรอบเดียวแต่ของผมทำงานสี่รอบ ผมแค่เปรียบเทียบให้ดู แน่นอนว่าการอ่านช่วยเพิ่มเติมสิ่งที่เราขาด หลายคนถามผมว่าอ่านหนังสืออะไรบ้าง?? เดี๋ยวจะอ่านตาม อย่างแรกเลยผมไม่ได้อ่านหนังสือเยอะอะไรขนาดนั้น อย่างสองสิ่งที่ผมอ่านอาจเป็นสิ่งที่คุณไม่ชอบ สิ่งที่คุณชอบผมอาจไม่ชอบ คุณจะต้องอ่านในสิ่งที่ตัวเองชอบสิ ความชอบไม่มีถูกผิด เพราะงั้นคุณชอบแบบไหนก็อ่านสิ่งนั้น

ก็เหมือนกับการทำธุรกิจของผม ผมเลือกทำให้ตัวเองมีความสุข เลือกทำในสิ่งง่ายๆ เรื่องที่ยากๆ เก็บไว้ให้คนอื่นทำเถอะ มันคือเรื่องจริง เคล็ดลับการทำธุรกิจคือทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ชีวิตนี้เหนื่อยพอแล้วยิ่งตอนเป็นลูกจ้าง ถ้าคุณเป็นนายตัวเองก็ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบสิ ชีวิตคนเรามันสั้น การอ่านควรทำให้คุณสนุกผ่อนคลาย ไม่ใช่ทำให้คุณเครียด ไม่ใช่เอามาเปรียบเทียบว่าใครอ่านเยอะคนนั้นเก่ง มันไม่จำเป็น

ฉะนั้นอยากบอกทุกคนว่า ไม่ชอบอ่านหนังสือไม่ผิดอะไร แต่ถ้าชอบอ่านหนังสือก็เป็นเรื่องที่ดี อย่าคิดว่าการอ่านหนังสือไม่ได้เป็นเรื่องน่าอาย อ่านน้อยก็ลงมือทำเยอะหน่อย บางคนทำเยอะเลยไม่มีเวลาอ่านหนังสือ ผมอยากให้มองชีวิตตัวเองเป็นเหมือนหนังสือ อะไรที่ผ่านแล้วก็เหมือนเปิดหน้าใหม่ ลืมๆมันไป

ขอบคุณข้อมูลจากเฟสบุ๊ค : TAP-Magazine และ SmartSME

อย่าลืมกดถูกใจเพจสถานีครูดอทคอม ไว้ด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดข่าวครู สื่อการเรียนการสอนของครูจากเรา เพราะเราอยากเห็นคุณครูมีความสุข

Comments

comments

- Advertisement -

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่