การขับเคลื่อนชุมชุนการเรียนรู้วิชาชีพ(PLC)ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครูโรงเรียนโยธินนุกูล
Home › ฟอรั่ม › บทคัดย่อ › การขับเคลื่อนชุมชุนการเรียนรู้วิชาชีพ(PLC)ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครูโรงเรียนโยธินนุกูล
- This topic has 0 ข้อความตอบกลับ, 1 เสียง, and was last updated 2 weeks, 4 days มาแล้ว by
พุทธินันท์ ฉัตรกระโทก.
-
ผู้เผยแพร่บทคัดย่อ
-
20 มกราคม 2026 เวลา 10:02 am #16107
ชื่อเรื่อง : การวิจัยเรื่อง การขับเคลื่อนชุมชุนการเรียนรู้วิชาชีพ(PLC)ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครูโรงเรียนโยธินนุกูล
ชื่อผู้วิจัย : นายพุทธินันท์ ฉัตรกระโทก
ปีที่วิจัย : ปีการศึกษา 2567-2568
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพและแนวทางการขับเคลื่อนชุมชุนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครูโรงเรียนโยธินนุกูล 2)เพื่อพัฒนารูปแบบการขับเคลื่อนชุมชุนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครูโรงเรียนโยธินนุกูล 3)เพื่อดำเนินการใช้รูปแบบการขับเคลื่อนชุมชุนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครูโรงเรียนโยธินนุกูล 4)เพื่อประเมินรูปแบบการขับเคลื่อนชุมชุนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครูโรงเรียนโยธินนุกูล เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ 1) แบบสัมภาษณ์ 2) แบบสอบถาม และ 3)การสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์องค์ประกอบและการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1) ผลการวิเคราะห์สภาพและแนวทางการขับเคลื่อนชุมชุนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครูโรงเรียนโยธินนุกูล ได้สัมภาษณ์ผู้บริหารโรงเรียนและสรุปความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูและบุคลากรโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมา เกี่ยวกับการวิเคราะห์สภาพและแนวทางการขับเคลื่อนชุมชุนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครูโรงเรียนโยธินนุกูล 5 ด้าน ได้แก่ ด้านการวิเคราะห์และสะท้อนข้อมูลร่วมกัน ด้านการสนับสนุนการสื่อสารและการประสานงาน ด้านการลดภาระงานบริหารและการจัดการ ด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้และความรับผิดชอบร่วมกัน ด้านการส่งเสริมบทบาทของโค้ชและผู้นำ ผู้วิจัยได้สำรวจผู้บริหารโรงเรียนและสรุปความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูและบุคลากรโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 23 คน ผลการวิจัย พบว่าความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพและแนวทางการขับเคลื่อนชุมชุนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครูโรงเรียนโยธินนุกูล ภาพรวมอยู่ในระดับมาก มี เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านที่มีค่าเฉลี่ย ระดับมาก โดยเรียงจากมากไปน้อย พบว่า ด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้และความรับผิดชอบร่วมกัน ด้านการวิเคราะห์และสะท้อนข้อมูลร่วมกัน ด้านการลดภาระงานบริหารและการจัดการ และด้านการส่งเสริมบทบาทของโค้ชและผู้นำ ตามลำดับ
มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง ได้แก่ ด้านการสนับสนุนการสื่อสารและการประสานงาน
2) ผลการพัฒนารูปแบบการขับเคลื่อนชุมชุนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ด้วยเทคโนโลยี
ปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครูโรงเรียนโยธินนุกูล ผลวิเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบการขับเคลื่อนชุมชุนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครูโรงเรียน โยธินนุกูล พบว่า 1) โครงสร้างการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ 2) บทบาทของครูในฐานะผู้นำการเรียนรู้และผู้ประสานงาน 3) ระบบสนับสนุนด้วยเทคโนโลยี AI 4) วัฒนธรรมการทำงานร่วมมือ และ 5) กระบวนการสะท้อนผลและปรับปรุง ผลการศึกษาและวิเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบการขับเคลื่อนชุมชุนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครูโรงเรียนโยธินนุกูล พบว่า มีการวิเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบการขับเคลื่อนชุมชุนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครูโรงเรียนโยธินนุกูล ได้แก่ 1) โครงสร้างการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ 2) บทบาทของครูในฐานะผู้นำการเรียนรู้และผู้ประสานงาน 3) ระบบสนับสนุนด้วยเทคโนโลยี AI 4) วัฒนธรรมการทำงานร่วมมือ และ 5) กระบวนการสะท้อนผลและปรับปรุง ทั้งนี้ ได้นำผลการสัมภาษณ์ขององค์ประกอบมาวางร่างการขับเคลื่อนชุมชุนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครูโดยขับเคลื่อนด้วยวงจรเดมมิ่ง PDCA ที่ผู้วิจัยกำหนดขึ้นจากการสังเคราะห์กระบวนการที่ผ่านมา ให้มีความเชื่อมโยงระหว่างผู้สอนและผู้เรียน โดยแบ่งเป็น 2 ลำดับพัฒนา ได้แก่ การพัฒนาผู้สอน และการพัฒนาผู้เรียน ผลตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการขับเคลื่อนชุมชุนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครูโรงเรียนโยธินนุกูล พบว่า ความเหมาะสมและความเป็นไปได้รูปแบบการขับเคลื่อนชุมชุนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครู การพัฒนาผู้สอน โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด และมีความเป็นได้อยู่ในระดับมาก ผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ และความเหมาะสมและความเป็นไปได้รูปแบบการขับเคลื่อนชุมชุนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครูโรงเรียนโยธินนุกูล การพัฒนาผู้เรียน โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด และมีความเป็นได้อยู่ในระดับมากที่สุด ผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้
3) ผลการศึกษาความพึงพอใจต่อกิจกรรมการสร้างความรู้ความเข้าใจของผู้สอนต่อการพัฒนารูปแบบการขับเคลื่อนชุมชุนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครูโรงเรียนโยธินนุกูล พบว่า โดยภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า มีระดับความพึงพอใจมากที่สุด จำนวน 6 ข้อ โดยเรียงระดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ มีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาสนับสนุนการพัฒนาสื่อการเรียนการสอน มีแนวทางการส่งเสริมครูผู้สอนเพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือพร้อมพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม มีการประเมินผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาชีพ(PLC) อย่างสม่ำเสมอ มีการส่งเสริมด้านงบประมาณที่สนับสนุนกิจกรรมการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) มีการอบรมพัฒนาครูผู้สอนด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และมีการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบการขับเคลื่อนชุมชุนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครู ตามลำดับ มีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก จำนวน 4 ข้อ โดยเรียงระดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ มีผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจกรรมในกระบวนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ด้าน AI อย่างชัดเจน มีมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ที่สอดคล้องกับจุดประสงค์ของรายวิชา มีการวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาชีพเป็นไปตามรูปแบบ (PLC) และมีระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรมที่เหมาะสม ตามลำดับ ผลการศึกษาความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนที่มีต่อการพัฒนารูปแบบการขับเคลื่อนชุมชุนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครูโรงเรียนโยธินนุกูล พบว่า ภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า มีความพึงพอใจค่าเฉลี่ยระดับมากที่สุด 7 ข้อ โดยเรียงระดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ส่งเสริมให้ผู้เรียนและครูผู้สอนได้จัดรูปแบบการเรียนการสอนร่วมกันจากการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมผู้เรียนให้มีส่วนร่วมจากการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครู ผู้เรียนได้รับความรู้ใหม่ๆ จากกิจกรรมการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ของครูผู้สอน กิจกรรมการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ของครูผู้สอนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของรายวิชาและผู้เรียน ครูผู้สอนมีการวางแผนและกำหนดกิจกรรมการเรียนรู้จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ มาช่วยกิจกรรมการเรียนการสอน ผู้เรียนได้รับการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจตามหัวข้อเนื้อหาของรายวิชาอย่างครบถ้วนตามกิจกรรมการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ของครูผู้สอน ผู้เรียนได้รับการส่งเสริมให้ใช้กระบวนการคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการคิดแก้ปัญหา รองลงมาความพึงพอใจค่าเฉลี่ยระดับมาก จำนวน 3 ข้อ โดยเรียงระดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ผู้เรียนได้รับการส่งเสริมให้ปฏิบัติงานจริงในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ครูผู้สอนมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ มาช่วยในการวัดผลและประเมินผลได้อย่างครบถ้วน ส่งเสริมให้ผู้เรียนแสดงความสามารถโดยให้อิสระทางความคิดในการกำหนดรูปแบบของกิจกรรมการเรียนรู้ ตามลำดับ
4) ผลการประเมินรูปแบบการขับเคลื่อนชุมชุนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครูโรงเรียนโยธินนุกูล พบว่า ความพึงพอใจต่อการประเมินรูปแบบการขับเคลื่อนชุมชุนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครูโรงเรียนโยธินนุกูล ภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ส่วนใหญ่มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด 8 ข้อ โดยเรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย ได้แก่ PDS-AI Collaborative Model สามารถเชื่อมโยงการจัดการเรียนรู้ที่ยกระดับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครูได้จริง PDS-AI Collaborative Model สามารถแสดงให้เห็นภาพรวมของกระบวนการพัฒนาทั้งผู้สอนและผู้เรียนได้อย่างชัดเจน PDS-AI Collaborative Model มีรูปแบบที่เข้าใจง่าย สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง รูปแบบสามารถสอดรับกับวัฒนธรรมการทำงานแบบร่วมมือของครูในสถานศึกษาได้ สามารถนำ PDS-AI Collaborative Model ไปต่อยอดการพัฒนาในรูปแบบการบริหารด้านอื่น ๆ ได้ รูปแบบทำให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดแก้ปัญหาได้ รูปแบบสามารถประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและบริบทของสถานศึกษาได้) รูปแบบสามารถใช้เป็นแนวทางการพัฒนางานวิชาการและพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนได้ ตามลำดับ รองลงมามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก 2 ข้อ โดยเรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย ได้แก่ ครูผู้สอนและผู้เรียนมีความมั่นใจต่อการใช้รูปแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ รูปแบบมีความเหมาะสมและเป็นไปได้หากมีการกำกับติดตามการดำเนินงานอย่างแท้จริง ตามลำดับ
-
ผู้เผยแพร่บทคัดย่อ
- You must be logged in to reply to this topic.





