การประเมินประสิทธิผลของโครงการส่งเสริมความเป็นเลิศของผู้เรียนและบุคลากร ทางการศึกษา ของโรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร)

Home ฟอรั่ม บทคัดย่อ การประเมินประสิทธิผลของโครงการส่งเสริมความเป็นเลิศของผู้เรียนและบุคลากร ทางการศึกษา ของโรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร)

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • ผู้เผยแพร่
    บทคัดย่อ
  • #16137

    ชื่อเรื่อง การประเมินประสิทธิผลของโครงการส่งเสริมความเป็นเลิศของผู้เรียนและบุคลากร
    ทางการศึกษา ของโรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร)
    สังกัด โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร)
    สังกัดกองการศึกษาเทศบาลเมืองขลุง อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี
    ผู้วิจัย นางสาวหฤทัย ขันเชียง
    ตำแหน่ง รองอำนวยการสถานศึกษา
    วิทยฐานะ รองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ
    ปีที่ทำการวิจัย 2566
    บทคัดย่อ
    การประเมินประสิทธิผลของโครงการส่งเสริมความเป็นเลิศของผู้เรียนและบุคลากร
    ทางการศึกษา ของโรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อ
    ประเมินประสิทธิผลของโครงการส่งเสริมความเป็นเลิศของผู้เรียนและบุคลากรทางการศึกษา
    ของโรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร)ทั้ง 8 ด้าน ดังนี้ ด้านบริบท ด้านปัจจัย ด้าน
    กระบวนการ ด้านผลผลิต ด้านผลกระทบ ด้านประสิทธิผล ด้านความยั่งยืน ด้านการถ่ายโยงความรู้
    และ 2) เพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง
    พระสงฆ์ และบุคคลในชุมชน ที่มีต่อการดำเนินงานโครงการส่งเสริมความเป็นเลิศของผู้เรียนและ
    บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการ
    ประเมิน ประกอบด้วย กลุ่มเป้าหมายสำหรับประเมินประสอทธิผลของโครงการส่งเสริมความเป็น
    เลิศของผู้เรียนและบุคลากรทางการศึกษา ประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 1 คน ครูโรงเรียน
    เทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) จำนวน 45 คน นักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 1–6 จำนวน
    256 คน ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 135 คน และผู้แทนชุมชน/คณะกรรมการสถานศึกษา จำนวน
    20 คน รวมทั้งสิ้น 457 คน ใช้รูปแบบการประเมินโครงการของสตัฟเฟิลบีม (Daniel L.
    Stufflebeam) ที่มีชื่อว่า CIPP Model ต่อมาได้มีการขยายแนวคิดโดยการขยายผลผลิต
    (Product ) ออกเป็น IEST จึงเป็น CIPPIEST Model เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ประกอบด้วย
    แบบประเมินประสิทธิผลของโครงการส่งเสริมความเป็นเลิศของผู้เรียนและบุคลากรทางการศึกษา
    ของโรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) จำนวน 4 ฉบับ มีลักษณะแบบมาตรประมาณค่า
    (Rating scale) 5ระดับ สถิติที่ใช้ใน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย (Mean ) และ
    ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD.) วิเคราะห์เนื้อหาและนำเสนอแบบพรรณนาความ

    สรุปผลการประเมิน
    1. ผลการประเมินการดำเนินโครงการส่งเสริมความเป็นเลิศของผู้เรียนและบุคลากร
    ทางการศึกษา ของ โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) มี 3 ระยะ ดังนี้
    ระยะที่ 1 ประเมินผลก่อนดำเนินโครงการ (Pre-implementation Evaluation)
    1.1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบประเมินผู้ตอบแบบประเมินระยะก่อนดำเนินการ
    จำนวน 46 คน ประกอบด้วย ผู้บริหาร 1 คน และครูผู้สอน 45 คน ซึ่งเป็นบุคลากรหลักในการ
    ขับเคลื่อนโครงการ สะท้อนมุมมองเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติของสถานศึกษาโดยตรง
    1.2 ผลการประเมินด้านบริบท (Context) โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
    (Mean = 4.60, S.D. = 0.56) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ โครงการมี
    ความสอดคล้องกับวัฒนธรรม วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ท้องถิ่นของชุมชน (Mean = 4.69) รองลงมา
    คือ โครงการตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียน ผู้ปกครอง และชุมชน และมีความสอดคล้องกับ
    หลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ความ
    เหมาะสมกับบริบททางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน (อยู่ในระดับมาก)
    1.3 ผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้า (Input) โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
    สะท้อนถึงความพร้อมด้านบุคลากร การบริหารจัดการ ทรัพยากร งบประมาณ และสื่อเทคโนโลยี
    สนับสนุน เมื่อพิจารณารายข้อพบว่า การได้รับการสนับสนุนสื่อ อุปกรณ์ และเทคโนโลยี มีค่าเฉลี่ย
    สูง (Mean = 4.76) รองลงมาคือ ความเพียงพอของงบประมาณและทรัพยากร (Mean = 4.67)
    แสดงถึงความพร้อมในการดำเนินโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ
    ระยะที่ 2 การประเมินผลระหว่างดำเนินโครงการ (Implementation
    Evaluation)
    2.1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบประเมิน ผู้ตอบแบบประเมินในระยะนี้เป็นผู้บริหาร
    ครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งมีบทบาทโดยตรงในการดำเนินกิจกรรมและการจัดการเรียนรู้ตาม
    โครงการ
    2.2 ผลการประเมินด้านกระบวนการ (Process) โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
    (Mean = 4.64, S.D. = 0.48) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ การดำเนิน
    กิจกรรมเป็นไปตามแผนที่กำหนด และการจัดการเรียนรู้ที่สนับสนุนวิชาชีพครู (Mean = 4.76)
    รองลงมาคือ การวางแผนและการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ (Mean = 4.65) และการกำหนด
    บทบาทหน้าที่ชัดเจน ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดแต่ยังอยู่ในระดับมากที่สุด คือ การนิเทศ ติดตาม
    และให้ข้อเสนอแนะอย่างเหมาะสม
    ระยะที่ 3 การประเมินผลเมื่อสิ้นสุดโครงการ (Post-implementation
    Evaluation)
    3.1 ผลการประเมินด้านผลผลิต (Product) โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
    ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนพัฒนาขึ้นอย่างชัดเจน (Mean = 4.65) และมีคุณลักษณะอันพึง
    ประสงค์ตามหลักสูตร (Mean = 4.70) รองลงมาคือ ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์และการ

    แสดงออกเชิงบวก ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดแต่ยังอยู่ในระดับมากที่สุด คือ ความสามารถในการ
    จัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู (Active Learning)
    3.2 ผลการประเมินด้านผลกระทบ (Impact) โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
    (Mean = 4.59, S.D. = 0.49) ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ ครูสามารถนำรูปแบบหรือแนวปฏิบัติใหม่
    ไปใช้ในการสอนได้จริง (Mean = 4.70) รองลงมาคือ ความสามารถในการประเมินผลตามสภาพ
    จริง และการเกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ร่วมกันผ่าน PLC
    3.3 ผลการประเมินด้านประสิทธิผล (Effectiveness) สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิง
    คุณภาพทั้งผู้เรียนและครู โดยผู้เรียนมีส่วนร่วมและพัฒนาการดีขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงการสอน
    (Mean = 4.52) และครูมีความรู้ทักษะ และสมรรถนะเพิ่มขึ้น (Mean = 4.54)
    3.4 ผลการประเมินด้านความยั่งยืน (Sustainability) จากมุมมองผู้บริหารและครู
    โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (Mean = 4.67, S.D. = 0.57) โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ
    โรงเรียนได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานภายนอกอย่างต่อเนื่อง (Mean =
    4.76) สะท้อนถึงศักยภาพในการดำเนินงานต่อเนื่องและพัฒนาเป็นต้นแบบ
    3.5 ผลการประเมินด้านการถ่ายโยงความรู้ (Transferability) โดยภาพรวมอยู่ใน
    ระดับมากที่สุด แสดงให้เห็นว่าแนวปฏิบัติจากโครงการถูกนำไปใช้ต่อเนื่องในการสอนประจำ (Mean
    = 4.54) และครูมีทัศนคติเชิงบวกต่อการเปลี่ยนแปลง (Mean = 4.61) สะท้อนศักยภาพในการ
    ขยายผลและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เครือข่าย
    2. ผลการประเมินความพึงพอใจของของผู้บริหาร ครู และบุคลากร โดยภาพรวมอยู่ใน
    ระดับมากที่สุด (Mean = 4.64, S.D. = 0.48) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านความเหมาะสม
    ของโครงการมีค่าเฉลี่ยสูงสุด (Mean = 4.67) รองลงมาคือ ด้านกระบวนการดำเนินงาน (Mean =
    4.64) และด้านการสนับสนุนทรัพยากร ทั้งนี้ทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุด สะท้อนความพึงพอใจสูง
    และการยอมรับในผลสำเร็จของโครงการอย่างชัดเจน

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • You must be logged in to reply to this topic.