การพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในสู่ความเป็นเลิศ (SQAEM) ของโรงเรียนพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

Home ฟอรั่ม บทคัดย่อ การพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในสู่ความเป็นเลิศ (SQAEM) ของโรงเรียนพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • ผู้เผยแพร่
    บทคัดย่อ
  • #16111

    การพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในสู่ความเป็นเลิศ (SQAEM)

    ของโรงเรียนพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

    Development of Strategic Quality Assurance for Educational Excellence (SQAEM)
    of Phibunmangsahan School, Ubon Ratchathani Province

     

    นายกฤติเดช แก้วศุภรัตน์
    รองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนพิบูลมังสาหาร อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี
    สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี กระทรวงมหาดไทย

    ปีที่พิมพ์ พ.ศ. 2567

    บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ

    1. ศึกษาและสังเคราะห์องค์ประกอบเชิงโครงสร้างและเชิงกลไกของกลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี
    2. พัฒนาและออกแบบกลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในสู่ความเป็นเลิศ โดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) เป็นกรอบการดำเนินงาน
    3. ตรวจสอบประสิทธิผลของกลยุทธ์ที่พัฒนาขึ้น
    4. ศึกษาระดับการยอมรับและความพึงพอใจของผู้บริหาร ครู บุคลากร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

    การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา (R&D) ประกอบด้วยการวิเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บริหาร การสำรวจความคิดเห็นของครูและบุคลากร และการตรวจสอบความเหมาะสมขององค์ประกอบโดยผู้เชี่ยวชาญ กลุ่มตัวอย่างรวม 155 คน ได้แก่ ผู้บริหาร ครู บุคลากร นักเรียน และคณะกรรมการสถานศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม และแบบประเมินการยอมรับและความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และดัชนีความสอดคล้องของผู้เชี่ยวชาญ (IOC)

    ผลการวิจัยพบว่า กลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในสู่ความเป็นเลิศ (SQAEM) ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่

    • การวิเคราะห์บริบทและสภาพแวดล้อมเชิงประจักษ์
    • การกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ตามหลัก SMART
    • การวางแผนกลยุทธ์และการบูรณาการสู่แผนปฏิบัติการและตัวชี้วัด
    • การดำเนินงานและติดตามผลด้วยระบบนิเทศแบบมีส่วนร่วม
    • การประเมินผลและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตามแนวคิด CQI และวงจร PDCA
      โดยองค์ประกอบทั้งหมดมีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 67–1.00 ซึ่งอยู่ในระดับเหมาะสมทุกด้าน

    ผลการประเมินประสิทธิผลชี้ให้เห็นว่า โรงเรียนมีการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในด้านการบริหารเชิงกลยุทธ์ ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน และระบบติดตามประเมินผลเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ผู้บริหาร ครู และบุคลากรมีระดับการยอมรับและความพึงพอใจต่อกลยุทธ์ในระดับมากถึงมากที่สุด ขณะที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องภายนอกให้การยอมรับในระดับสูง และเห็นว่าสามารถขยายผลไปใช้ในสถานศึกษาอื่นได้

    ผลการวิจัยสรุปได้ว่า กลยุทธ์ SQAEM เป็นกลยุทธ์ที่มีความเหมาะสม ใช้ได้จริง และช่วยเสริมสร้างระบบคุณภาพเชิงองค์รวมของสถานศึกษาอย่างยั่งยืน

     

    คำสำคัญ: การประกันคุณภาพภายใน, กลยุทธ์การบริหาร, ความเป็นเลิศทางการศึกษา, การวิจัยและพัฒนา

    บทนำ

    การประกันคุณภาพการศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ และนโยบายการศึกษาในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะการประกันคุณภาพภายในซึ่งถือเป็นหัวใจของการบริหารจัดการสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม จากการดำเนินงานจริงของหลายสถานศึกษา พบว่ายังประสบปัญหาการขับเคลื่อนระบบประกันคุณภาพในลักษณะเชิงเอกสาร ขาดการบูรณาการกับการบริหารเชิงกลยุทธ์ และไม่ก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

    โรงเรียนพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นสถานศึกษาขนาดใหญ่ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีบริบทด้านโครงสร้างองค์กร ทรัพยากร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่แตกต่างจากสถานศึกษาในสังกัดส่วนกลาง การพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในที่สอดคล้องกับบริบทเฉพาะจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาไปสู่ความเป็นเลิศอย่างเป็นรูปธรรม

    ด้วยเหตุนี้ ผู้วิจัยจึงสนใจพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในสู่ความเป็นเลิศ (Strategic Quality Assurance for Educational Excellence Model: SQAEM) โดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างองค์ความรู้เชิงระบบ และนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาอย่างยั่งยืน

    วัตถุประสงค์การวิจัย

    1. เพื่อศึกษาและสังเคราะห์องค์ประกอบของกลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนพิบูลมังสาหาร
    2. เพื่อพัฒนาและออกแบบกลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในสู่ความเป็นเลิศ (SQAEM)
    3. เพื่อศึกษาประสิทธิผลของกลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในที่พัฒนาขึ้น
    4. เพื่อศึกษาระดับการยอมรับและความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อกลยุทธ์ดังกล่าว

    วิธีดำเนินการวิจัย

    การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา (R&D) แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่

    1. การศึกษาสภาพปัจจุบันและการสังเคราะห์แนวคิด
    2. การออกแบบและพัฒนากลยุทธ์
    3. การทดลองใช้และประเมินประสิทธิผล
    4. การประเมินการยอมรับและความพึงพอใจ

    กลุ่มตัวอย่างจำนวน 155 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัยผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา

    ผลการวิจัย

    1. ได้กลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในสู่ความเป็นเลิศ (SQAEM) ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลักที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ
    2. กลยุทธ์ที่พัฒนาขึ้นมีค่าดัชนีความสอดคล้องของผู้เชี่ยวชาญอยู่ในระดับเหมาะสมทุกองค์ประกอบ
    3. การนำกลยุทธ์ไปใช้ส่งผลให้ระบบประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนมีประสิทธิผลสูงขึ้นอย่างชัดเจน
    4. ผู้บริหาร ครู บุคลากร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีระดับการยอมรับและความพึงพอใจในระดับสูง

    อภิปรายผล

    ผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนากลยุทธ์การประกันคุณภาพภายในที่อาศัยการวิเคราะห์บริบทจริง การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และการดำเนินงานตามวงจร PDCA สามารถยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิผล สอดคล้องกับแนวคิดการบริหารเชิงกลยุทธ์และการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

    ข้อเสนอแนะ

    1. ควรนำกลยุทธ์ SQAEM ไปประยุกต์ใช้ในสถานศึกษาที่มีบริบทใกล้เคียงกัน
    2. ควรมีการศึกษาวิจัยต่อยอดในระดับเครือข่ายสถานศึกษา
    3. ควรพัฒนาระบบดิจิทัลสนับสนุนการประกันคุณภาพภายในควบคู่กัน

     

    เอกสารอ้างอิงภาษาไทย

    1. กระทรวงศึกษาธิการ. (2561). มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
    2. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน). (2563). แนวทางการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: สมศ.
    3. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2564). คู่มือการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: สพฐ.
    4. ณรงค์ ศิริกาญจนา. (2562). การบริหารเชิงกลยุทธ์กับการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา. วารสารบริหารการศึกษา, 13(2), 1–15.
    5. บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
    6. วิเชียร วิทยอุดม. (2561). ระบบประกันคุณภาพภายในกับการยกระดับคุณภาพการศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์, 42(3), 45–60.
    7. สมชาย วงศ์คำ. (2563). การพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในโดยใช้วงจร วารสารการบริหารการศึกษา, 14(1), 23–38.
    8. ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2562). การบริหารสถานศึกษาเชิงกลยุทธ์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
    9. พิมพันธ์ เดชะคุปต์. (2560). การพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาทั้งระบบ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
    10. สุวิมล ว่องวาณิช. (2561). การประเมินเพื่อพัฒนา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

    เอกสารอ้างอิงภาษาต่างประเทศ

    1. Deming, W. E. (1986). Out of the crisis. Cambridge, MA: MIT Press.
    2. Juran, J. M., & Godfrey, A. B. (1999). Juran’s quality handbook (5th ed.). New York, NY: McGraw-Hill.
    3. Fullan, M. (2014). The principal: Three keys to maximizing impact. San Francisco, CA: Jossey-Bass.
    4. Bush, T. (2011). Theories of educational leadership and management (4th ed.). London: Sage.
    5. (2013). Synergies for better learning: An international perspective on evaluation and assessment. Paris: OECD Publishing.
    6. Sallis, E. (2014). Total quality management in education (3rd ed.). London: Routledge.
    7. Hoy, W. K., & Miskel, C. G. (2013). Educational administration: Theory, research, and practice (9th ed.). New York, NY: McGraw-Hill.
    8. Stufflebeam, D. L., & Zhang, G. (2017). The CIPP evaluation model. New York, NY: Guilford Press.
    9. Reeves, D. B. (2010). Transforming professional development into student results. Alexandria, VA: ASCD.
    10. Kaplan, R. S., & Norton, D. P. (2001). Strategy-focused organization. Boston, MA: Harvard Business School Press.

     

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • You must be logged in to reply to this topic.