การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการสอนแบบ Active Learning ด้วยกระบวนการเรียนรู้ (5STEPS) เพื่อแก้ปัญหาการเรียน ไวยกรณ์ เรื่อง Present Simple vs Present Continuous สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนพุทไธสง

Home ฟอรั่ม บทคัดย่อ การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการสอนแบบ Active Learning ด้วยกระบวนการเรียนรู้ (5STEPS) เพื่อแก้ปัญหาการเรียน ไวยกรณ์ เรื่อง Present Simple vs Present Continuous สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนพุทไธสง

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • ผู้เผยแพร่
    บทคัดย่อ
  • #15980

    ชื่องานวิจัย: การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการสอนแบบ Active Learning ด้วยกระบวนการเรียนรู้ (5STEPS)           เพื่อแก้ปัญหาการเรียน ไวยกรณ์ เรื่อง Present Simple vs Present Continuous สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3    โรงเรียนพุทไธสง

    ชื่อผู้วิจัย: นางสาวธัญญ์พิชชา เกษพิบูล

    การทำวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการสอนแบบ Active Learning ด้วยกระบวนการเรียนรู้ (5STEPS) เพื่อแก้ปัญหาการเรียน ไวยกรณ์ เรื่อง Present Simple vs Present Continuous สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนพุทไธสง มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการสอนแบบ Active Learning ด้วย กระบวนการ 5STEPS เพื่อแก้ปัญหาการเรียนไวยกรณ์ เรื่อง Present Simple vs Present Continuous ในภาคเรียนที่ 1    ปีการศึกษา 2568

    กลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาในครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/12 จำนวน 28 คน ภาคเรียนที่ 1             ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนพุทไธสง โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ใน      การจัดเก็บข้อมูล คือ 1) แบบฝึกเสริมทักษะไวยกรณ์ภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Simple vs Present Continuous จำนวน 1 เล่ม 2) แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 3) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning           (5 STEPs) และ 4) แบบประเมินความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรม โดยวิธีการหาค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และการหาค่า T-test

    ผลการวิจัยปรากฏดังนี้

    ผลการวิจัยพบว่า คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 14.21 คะแนน และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 22.18 คะแนน       จากคะแนนเต็ม 25 คะแนน ผลการทดสอบทางสถิติด้วย t-test แบบกลุ่มสัมพันธ์ (Dependent Samples t-test) พบว่า คะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 12.47, p < .05) แสดงให้เห็นว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning (5 STEPs) ช่วยพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไวยากรณ์ของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    นอกจากนี้ ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้โดยรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.68, S.D. = 0.42) โดยนักเรียนให้ความเห็นว่ากิจกรรมมีความน่าสนใจ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม และช่วยให้เข้าใจเนื้อหามากขึ้น

     

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • You must be logged in to reply to this topic.