การพัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑
Home › ฟอรั่ม › บทคัดย่อ › การพัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑
- This topic has 0 ข้อความตอบกลับ, 1 เสียง, and was last updated 2 weeks, 5 days มาแล้ว by
วินัย สว่างเรือง.
-
ผู้เผยแพร่บทคัดย่อ
-
20 มกราคม 2026 เวลา 1:37 pm #16110
ผู้วิจัย นายวินัย สว่างเรือง ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา
โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ สังกัดเทศบาลเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี
ปีที่วิจัย 2567
บทคัดย่อ
การวิจัย เรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ 2. เพื่อพัฒนารูปแบบ การบริหารเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ และนวัตกรรมของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ 3. เพื่อศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบ การบริหารเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ และนวัตกรรมของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ 4. เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ โดยใช้กรอบแนวคิดการวิจัยและพัฒนา (Research and Development (R & D)) ประกอบด้วย 4 ระยะ ระยะที่ 1 การวิจัย (Research : R<sub>1</sub>) เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน (Analysis : A) การวิเคราะห์สภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ในการพัฒนาการบริหารเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ของผู้เรียน โดยการสอบถามผู้บริหารโรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ ระยะที่ 2 การพัฒนา (Development : D<sub>1</sub>) ออกแบบและพัฒนา (Design and Develop: D&D) รูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ ระยะที่ 3 การวิจัย (Research : R<sub>2</sub>) ทดลองใช้ (Implement : l) รูปแบบการบริหาร เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ และระยะที่ 4 การพัฒนา (Development : D<sub>2</sub>) ประเมินผล (Evaluation : E) รูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ กลุ่มผู้ร่วมวิจัย ประกอบด้วย ครูโรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ จำนวน 11 คน และนักเรียน จำนวน 251 คน โดยการเก็บข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เครื่องที่ใช้ในการวิจัย คู่มือการใช้รูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ แบบประเมินความรู้ของครูในการจัดการเรียนรู้ แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก แบบสังเกตการจัดการเรียนรู้เชิงรุก แบบทดสอบความรู้ของครูในการจัดการเรียนรู้ และแบบประเมินทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน สถิติที่ใช้เป็นสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย () และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
ผลการวิจัย พบว่า
- การศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ สภาพปัจจุบันของการจัด การเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ โดยรวมและรายด้านทุกด้านอยู่ในระดับปานกลาง และสภาพที่พึงประสงค์ของการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ โดยรวมและรายด้าน ทุกด้าน อยู่ในระดับมากที่สุด
- การพัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ สรุปผลได้ ดังนี้
2.1 ผลการพัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ จากการศึกษาแนวคิด ทฤษฎี สามารถสรุปได้ว่า การพัฒนารูปแบบต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ มีการตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบในทุกขั้นตอนของการพัฒนารูปแบบ องค์ประกอบสำคัญของรูปแบบประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการของรูปแบบ 2) ความมุ่งหมายของรูปแบบ 3) เนื้อหาสาระของรูปแบบ 4) กิจกรรมของรูปแบบ 5) การวัดและประเมินผล และ 6) เอกสารประกอบรูปแบบ (คู่มือการใช้รูปแบบ) และทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน ประกอบด้วย 1) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา 2) ทักษะการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม และ 3) ทักษะการสื่อสารและการร่วมมือกัน
2.2 ผลการประเมินรูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ พบว่า โดยรวม รูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ มีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ (= 4.59, S.D. = 0.49) สามารถนำไปใช้ได้
- ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ พบว่า ภายหลังการเข้ารับการทดลองใช้รูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ กลุ่มตัวอย่าง มีความรู้ในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน ผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้ที่ร้อยละ 80 ของคะแนนเต็ม และความรู้ของครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ และนวัตกรรมของผู้เรียน หลังการทดลองใช้รูปแบบ สูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 และผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบความสามารถของครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน กับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ พบว่า โดยรวมมีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 84.14 ซึ่งผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ที่ตั้งไว้
- ศึกษาผลการใช้รูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ พบว่า
4.1 ผลการพัฒนาหลังการเข้ารับการทดลองใช้รูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ กลุ่มตัวอย่าง มีความรู้ในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน ผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้ที่ร้อยละ 80 ของคะแนนเต็ม โดยภาพรวม มีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 88.73
4.2 ผลการเปรียบเทียบความรู้ของครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน ระหว่าง ก่อน และหลัง การทดลองใช้รูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี ๑ พบว่า ความรู้ของครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ของผู้เรียน หลังการใช้หลักสูตร สูงกว่า ก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4.3 ผลการเปรียบเทียบความสามารถของครูในด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน กับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ พบว่า โดยรวมมีคะแนนเฉลี่ย คิดเป็นร้อยละ 88.46 ซึ่งผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ที่ตั้งไว้
4.4 ผลการเปรียบเทียบทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน หลังการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ และนวัตกรรมของผู้เรียนกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ พบว่า โดยรวมมีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 90.26 ซึ่งผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ที่ตั้งไว้
-
ผู้เผยแพร่บทคัดย่อ
- You must be logged in to reply to this topic.





