การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาบนฐานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อยกระดับสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนร่มไทรวิทยา

Home ฟอรั่ม บทคัดย่อ การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาบนฐานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อยกระดับสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนร่มไทรวิทยา

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • ผู้เผยแพร่
    บทคัดย่อ
  • #16134

    ชื่อวิจัย        : การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาบนฐานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
    เพื่อยกระดับสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนร่มไทรวิทยา

    ชื่อผู้วิจัย      : นายพุทธิมนท์ ไชยมัชชิม

    สถานศึกษา  : โรงเรียนร่มไทรวิทยา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร

    ปีที่รายงาน   : 2568

     

    การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการบริหารสถานศึกษาบนฐานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนร่มไทรวิทยา 2. เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาบนฐานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนร่มไทรวิทยา 3. เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาบนฐานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพที่มีต่อสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้ 4. เพื่อประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และประโยชน์ใช้สอยของรูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่พัฒนาขึ้น เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แบบสอบถามสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการ แบบวัดสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนร่มไทรวิทยา แบบประเมินผลการทดลองใช้รูปแบบ และแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เครื่องมือผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (IOC) และตรวจสอบความเชื่อมั่น โดยแบบวัดสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนร่มไทรวิทยา มีค่าความเชื่อมั่นตามสูตรคูเดอร์–ริชาร์ดสัน (KR-20) อยู่ในระดับสูง การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละ การทดสอบค่าที (t-test) สำหรับกลุ่มตัวอย่างที่มีความสัมพันธ์กัน และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา

                ผลการวิจัยพบว่า

    1) ผลศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการบริหารสถานศึกษาบนฐานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนร่มไทรวิทยา พบว่า ผลการวิเคราะห์ข้อมูลแบบสอบถามของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยภาพรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด (x̄ = 4.55, S.D. = 0.56) สะท้อนให้เห็นว่าผู้เกี่ยวข้องมีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างชัดเจนต่อการขับเคลื่อนการบริหารสถานศึกษาชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพและการพัฒนารูปแบบเพื่อยกระดับสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้

    2) รูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่พัฒนาขึ้น โดยภาพรวมอยู่ในระดับ เหมาะสมมากที่สุด (𝑥̄ = 4.76, S.D. = 0.43) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านความพึงพอใจต่อรูปแบบมีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือด้านประสิทธิผลของรูปแบบต่อผู้เรียนและสถานศึกษา ด้านความเหมาะสมของรูปแบบ และด้านความเป็นไปได้ในการนำรูปแบบไปใช้จริงตามลำดับ

    ผลการประเมินดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ารูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนและชุมชน สามารถนำไปใช้ได้จริง และส่งผลเชิงบวกต่อการบริหารสถานศึกษาและการพัฒนาสมรรถนะครูด้านจัดการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม

    3) ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา พบว่า ผลการเปรียบเทียบคะแนนสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้ก่อนและหลังการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาบนฐานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อยกระดับสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนร่มไทรวิทยา พบว่าหลังการใช้รูปแบบมีคะแนนสูงกว่าก่อนใช้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สะท้อนว่ารูปแบบดังกล่าวช่วยยกระดับสมรรถนะครูได้อย่างเป็นรูปธรรม

    4) ผลการประเมินและข้อมูลสะท้อนกลับถูกนำมาปรับปรุงรายละเอียดด้านขั้นตอนการดำเนินงาน บทบาทหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้อง และเงื่อนไขความสำเร็จของรูปแบบ ผลการประเมินความพึงพอใจพบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด ( =4.52) สะท้อนว่ารูปแบบการบริหารสถานศึกษาบนฐานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อยกระดับสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนร่มไทรวิทยาและตอบโจทย์การนำไปใช้จริง ทั้งนี้ความพึงพอใจสูงในประเด็น “การดำเนินงาน PLC อย่างเป็นระบบ” และ “ระบบสนับสนุน” อาจเกิดจากการกำหนดขั้นตอน บทบาท และเครื่องมือที่ชัดเจน ทำให้ครูสามารถร่วมวางแผน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สะท้อนผล และปรับปรุงการสอนได้ต่อเนื่อง ส่งผลให้ครูรับรู้ถึงประโยชน์ของรูปแบบและเกิดการยอมรับในการขับเคลื่อน PLC อย่างยั่งยืน

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • You must be logged in to reply to this topic.