การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านอาชีพ

Home ฟอรั่ม บทคัดย่อ การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านอาชีพ

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • ผู้เผยแพร่
    บทคัดย่อ
  • #16122

    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและแนวทางการด าเนินงานการบริหารสถานศึกษาใน

    การขั บเคลื่ อนการเปลี่ ยนผ่ านด้ านอาชี พสู่ ความยั่ งยื นด้ วยกลไกความร่ วมมื อแบบไตรพลั ง

    สู่การสร้างผู้ประกอบการวัยเยาว์ เพื่อความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจชุมชน โรงเรียนบ้านหนองโกวิทยา 2) เพื่อสร้างและ

    ตรวจสอบรูปแบบการบริหารสถานศึกษาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านอาชีพสู่ความยั่งยืนด้วยกลไกความร่วมมือ

    แ บ บ ไ ต ร พ ลั ง สู่ ก า ร ส ร้ า ง ผู้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร วั ย เ ย า ว์ เ พื่ อ ค ว า ม มั่ ง คั่ ง ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ชุ ม ช น

    โรงเรียนบ้านหนองโกวิทยา 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านอาชีพสู่

    ความยั่งยืนด้วยกลไกความร่วมมือแบบไตรพลัง สู่การสร้างผู้ประกอบการวัยเยาว์ เพื่อความมั่งคั่ง

    ทางเศรษฐกิจชุมชน โรงเรียนบ้านหนองโกวิทยา และ 4) เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาในการ

    ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านอาชีพสู่ความยั่งยืนด้วยกลไกความร่วมมือแบบไตรพลัง สู่การสร้างผู้ประกอบการวัยเยาว์

    เ พื่ อ ค ว า ม มั่ ง คั่ ง ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ชุ ม ช น โ ร ง เ รี ย น บ้ า น ห น อ ง โ ก วิ ท ย า ใ ช้ ร ะ เ บี ย บ วิ ธี วิ จั ย

    แบบผสมวิธี เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ซึ่งใช้ทั้งการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ

    และข้อมูลเชิงคุณภาพ ด าเนินการวิจัยเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบันและแนวทาง

    การด าเนินงานการบริหารสถานศึกษาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านอาชีพสู่ความยั่งยืนด้วยกลไก

    ความร่วมมือแบบไตรพลัง สู่การสร้างผู้ประกอบการวัยเยาว์ เพื่อความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจชุมชน

    โรงเรียนบ้านหนองโกวิทยา โดยใช้แบบสอบถามกับกลุ่มเป้าหมาย จ านวน 198 คน และแบบสัมภาษณ์

    กับผู้ทรงคุณวุฒิ จ านวน 9 คน ด าเนินการใน ภาคเรียนที่ 1 ปี 2566 ขั้นตอนที่ 2 การสร้าง

    และตรวจสอบรูปแบบฯ ด าเนินการโดยการศึกษาองค์ประกอบของรูปแบบ ยกร่างรูปแบบฯ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลทั้งสิ้น

    จ านวน 12 คน ตรวจสอบร่างรูปแบบ ครั้งที่ 1 ตรวจสอบความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ครั้งที่ 2

    โดยใช้การสนทนากลุ่มและใช้แบบสอบถามประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบฯ

    กับกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จ านวน 12 คน และสร้างคู่มือการใช้รูปแบบฯ โดยสอบถามความเหมาะสม

    จากกลุ่มเป้าหมาย จ านวน 25 คน ด าเนินการในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ขั้นตอนที่ 3 ทดลองใช้

    รูปแบบฯ โดยใช้โครงการจ านวน 4 โครงการ เพื่อประเมินประสิทธิผลของโครงการ 4 โครงการ ได้แก่

    1) โครงการสร้างความร่วมมือแบบไตรพลังเพื่อขับเคลื่อนผู้ประกอบการวัยเยาว์ ทดลองกับกลุ่มเป้าหมาย จ านวน 67 คน

    2) โครงการพัฒนาทักษะธุรกิจและสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ชุมชน ทดลองกับกลุ่มเป้าหมาย จ านวน 50 คน 3) โครงการ

    ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร จั ด กิ จ ก ร ร ม เ พื่ อ ส ร้ า ง โ อ ก า ส ท า ง ธุ ร กิ จ แ ล ะ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ชุ ม ช น ท ด ล อ ง

    กับกลุ่มเป้าหมาย จ านวน 30 คน และ 4) โครงการพัฒนาศักยภาพนักเรียนด้วยการเพิ่มบทบาทความเป็นผู้น าทางธุรกิจ

    ในชุมชน ทดลองกับกลุ่มเป้าหมาย จ านวน 26 คน ด าเนินการในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567

    และศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมาย ด าเนินการในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 และขั้นตอนที่ 4

    การประเมินผลการใช้รูปแบบฯ โดยด าเนินการศึกษาผลการประเมินประสิทธิผลของนักเรียนหลังการใช้

    รูปแบบฯ ด้วยแบบสอบถาม กับกลุ่มเป้าหมาย จ านวน 20 คน 2) ศึกษาความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ ของรูปแบบฯ ด้วยแบบสอบถาม กับกลุ่มเป้าหมาย 67 คน 3) ศึกษาผลการประเมินด้านความ

    ยั่งยืนของรูปแบบฯ กับกลุ่มเป้าหมาย 67 คน ด าเนินการในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567

    การวิเคราะห์ข้อมูล โดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา

    ผลการวิจัยพบว่า

    1. ผลการศึกษาสภาพและแนวทางการด าเนินงานการบริหารสถานศึกษาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยน

    ผ่านด้านอาชีพสู่ความยั่งยืนด้วยกลไกความร่วมมือแบบไตรพลัง สู่การสร้างผู้ประกอบการวัยเยาว์ เพื่อความมั่งคั่งทาง

    เศรษฐกิจชุมชน โรงเรียนบ้านหนองโกวิทยา พบว่า สภาพปัจจุบันของการบริหารสถานศึกษาในการขับเคลื่อนการ

    เปลี่ยนผ่านด้านอาชีพสู่ความยั่งยืนด้วยกลไกความร่วมมือแบบไตรพลัง โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (μ

    = 3.05, σ = 0.63) โดยด้านวิสัยทัศน์และการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (μ = 3.13, σ = 0.58)

    รองลงมาคือ ด้านสมรรถนะนักเรียนและปัจจัยภายนอกทางธุรกิจ (μ = 3.09, σ = 0.64) และด้านการมีส่วน

    ร่วมเชิงยุทธศาสตร์ของภาคีเครือข่ายมีค่าเฉลี่ยต่ าสุด (μ = 2.98, σ = 0.63)

    2. ผลการสร้างและตรวจสอบรูปแบบการบริหารสถานศึกษาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านอาชีพ

    สู่ความยั่งยืนด้วยกลไกความร่วมมือแบบไตรพลัง สู่การสร้างผู้ประกอบการวัยเยาว์ เพื่อความมั่งคั่ง

    ทางเศรษฐกิจชุมชน โรงเรียนบ้านหนองโกวิทยา พบว่า รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก

    ได้แก่ หลักการและแนวคิด กระบวนการด าเนินงาน (PDCA) ขอบข่ายความร่วมมือแบบไตรพลัง และกลไกการ

    ขับเคลื่อน ผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.78, σ = 0.38)

    และความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.76, σ = 0.40) ขณะที่คู่มือการใช้รูปแบบมีความเหมาะสมอยู่

    ในระดับมากที่สุด (μ = 4.63, σ = 0.05)

    3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านอาชีพสู่ความ

    ยั่งยืนด้วยกลไกความร่วมมื อแบบไตรพลั ง สู่การสร้างผู้ประกอบการวัยเยาว์ เพื่อความมั่ งคั่ ง

    ทางเศรษฐกิจชุมชน โรงเรียนบ้านหนองโกวิทยา พบว่า ผลการประเมินประสิทธิผลของโครงการทั้ง 4 โครงการที่ใช้

    ในการทดลองรูปแบบ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.67, σ = 0.49) และผลการประเมินความพึง

    พอใจของกลุ่มเป้าหมายต่อโครงการทั้ง 4 โครงการ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.78, σ = 0.42)

    4. ผลการประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านอาชีพสู่

    ความยั่งยืนด้วยกลไกความร่วมมือแบบไตรพลัง สู่การสร้างผู้ประกอบการวัยเยาว์ เพื่อความมั่งคั่ง

    ทางเศรษฐกิจชุมชน โรงเรียนบ้านหนองโกวิทยา พบว่า ผลการประเมินความคิดเห็นเกี่ยวกับประสิทธิผลของ

    นักเรียนหลังการใช้รูปแบบ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.65, σ = 0.48) โดยด้านทักษะการเป็น

    ผู้ประกอบการวัยเยาว์ (μ = 4.55, σ = 0.51) ด้านภาวะผู้น า คุณลักษณะ และทัศนคติ (μ = 4.70, σ = 0.

    46) และด้านการรับรู้กลไกความร่วมมือแบบไตรพลัง (μ = 4.69, σ = 0.46) อยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน ผล

    การประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ของรูปแบบ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

    (μ = 4.77, σ = 0.42) และผลการประเมินด้านความยั่งยืนของรูปแบบจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและภาคี

    เครือข่าย โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.78, σ = 0.42)

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • You must be logged in to reply to this topic.