การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้บริบทของชุมชนเป็นฐานตามแนวคิดกลยุทธ์การสร้างพลังร่วมเพื่อส่งเสริมความสามารถในการเรียนรู้

Home ฟอรั่ม บทคัดย่อ การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้บริบทของชุมชนเป็นฐานตามแนวคิดกลยุทธ์การสร้างพลังร่วมเพื่อส่งเสริมความสามารถในการเรียนรู้

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • ผู้เผยแพร่
    บทคัดย่อ
  • #16149

    ชื่อวิจัย        : การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้บริบทของชุมชนเป็นฐานตาม

    แนวคิดกลยุทธ์การสร้างพลังร่วมเพื่อส่งเสริมความสามารถในการเรียนรู้

    ของนักเรียนโรงเรียนคำยางพิทยาคม

    ชื่อผู้วิจัย      : นายสิริวัฒน์ พงษ์สระพัง

    สถานศึกษา  : โรงเรียนคำยางพิทยาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร

    ปีที่รายงาน   : 2568

     

    การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) มีวัตถุประสงค์ (1)เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้บริบทของชุมชนเป็นฐาน ตามแนวคิดกลยุทธ์การสร้างพลังร่วม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนคำยางพิทยาคม (2)เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้บริบทของชุมชนเป็นฐานตามแนวคิดกลยุทธ์การสร้างพลังร่วม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนคำยางพิทยาคม (3)เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้บริบทของชุมชนเป็นฐาน ตามแนวคิดกลยุทธ์การสร้างพลังร่วม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนคำยางพิทยาคม และ  (4)เพื่อประเมินผลและปรับปรุงรูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้บริบทของชุมชนเป็นฐาน ตามแนวคิดกลยุทธ์การสร้างพลังร่วม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนคำยางพิทยาคม

                  <u>กลุ่มผู้ให้ข้อมูล</u> ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน และคณะกรรมการสถานศึกษา รวมจำนวน 106 คน เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แบบสอบถามสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการพัฒนารูปแบบ แบบวัดความสามารถทางการเรียน แบบประเมินผลการทดลองใช้รูปแบบ และแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เครื่องมือผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา(IOC) และตรวจสอบความเชื่อมั่น โดยแบบวัดความสามารถทางการเรียน มีค่าความเชื่อมั่นตามสูตรคูเดอร์–ริชาร์ดสัน (KR-20) มีค่าอยู่ในระดับสูง การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D.) และร้อยละ การทดสอบค่าที (t-test) สำหรับกลุ่มตัวอย่างที่มีความสัมพันธ์กัน และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา

                    ผลการวิจัยพบว่า

    1)ผลศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้บริบทของชุมชนเป็นฐาน ตามแนวคิดกลยุทธ์การสร้างพลังร่วม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนคำยางพิทยาคม พบสภาพปัญหาสำคัญ ได้แก่ การมีส่วนร่วมของชุมชนที่ยังไม่ต่อเนื่อง การประสานงานและกระบวนการบริหารยังไม่เป็นระบบ และการจัดการเรียนรู้ที่ยังใช้บริบทชุมชนได้ไม่เต็มศักยภาพ ขณะที่ข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัญหา และความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก ( = 4.62, S.D. = 0.54)

    2)รูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้บริบทของชุมชนเป็นฐานตามแนวคิดกลยุทธ์การสร้างพลังร่วม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนคำยางพิทยาคม มีผลการประเมินรูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า รูปแบบมีความเหมาะสมโดยภาพรวมอยู่ในระดับ เหมาะสมมากที่สุด ( = 4.67, S.D. = 0.48)

    3)ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้บริบทของชุมชนเป็นฐานตามแนวคิดกลยุทธ์การสร้างพลังร่วมเพื่อส่งเสริมความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนคำยางพิทยาคม พบว่า ค่าดัชนีประสิทธิผล (Effectiveness Index : E.I.) ของการพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนคำยางพิทยาคมจากการนำรูปแบบการบริหารสถานศึกษาไปใช้ มีค่าเท่ากับ 0.94  แสดงว่าผู้เรียนมีความก้าวหน้าความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียนคิดเป็นร้อยละ 94 คะแนนความสามารถทางการเรียนหลังการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา สูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สะท้อนว่ารูปแบบที่พัฒนาขึ้นสามารถส่งเสริมความสามารถทางการเรียนได้อย่างมีประสิทธิผล นอกจากนี้ ผลการประเมินผลการทดลองใช้รูปแบบโดยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ในระดับ เหมาะสมมากที่สุด ( = 4.68, S.D. = 0.48)และความพึงพอใจต่อรูปแบบอยู่ในระดับ พึงพอใจมากที่สุด ( = 4.56, S.D. = 0.53)

    4)ผลการประเมินผลและปรับปรุงรูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้บริบทของชุมชนเป็นฐาน ตามแนวคิดกลยุทธ์การสร้างพลังร่วม เพื่อส่งเสริมความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนคำยางพิทยาคมถูกนำมาปรับปรุงรายละเอียดด้านขั้นตอนการดำเนินงาน บทบาทหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้อง และเงื่อนไขความสำเร็จของรูปแบบทำให้รูปแบบมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น มีความเป็นไปได้ในการนำไปใช้จริง และเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน รวมทั้งสามารถประยุกต์ใช้หรือขยายผลในสถานศึกษาที่มีบริบทใกล้เคียงกันได้

     

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • You must be logged in to reply to this topic.