การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียน แก้งเหนือพิทยาคม
Home › ฟอรั่ม › บทคัดย่อ › การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียน แก้งเหนือพิทยาคม
- This topic has 0 ข้อความตอบกลับ, 1 เสียง, and was last updated 1 week, 1 day มาแล้ว by
รมย์รวินท์ เชิดชู.
-
ผู้เผยแพร่บทคัดย่อ
-
26 กุมภาพันธ์ 2026 เวลา 12:26 pm #16167
<p style=”text-align: center;”>บทคัดย่อ</p>
การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพการดำเนินงานความต้องการพัฒนาและแนวทางการการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะ ของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะ ของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม 3) เพื่อศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม 4) เพื่อประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม ดังนี้ 4.1) ประเมินความพึงพอใจของครูต่อรูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม 4.2) ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน ของโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ครูโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม ตำบลแก้งเหนือ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 24 คน นักเรียน จำนวน 174 คน ปีการศึกษา 2566-2567 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ คู่มือรูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม แบบวิเคราะห์ข้อมูลและแบบสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) แบบตรวจสอบความเหมาะสมของรูปแบบ แบบประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนสำหรับครูผู้สอนประเมินนักเรียน เป็นเกณฑ์คุณภาพ (Rubric) แบ่งคุณภาพออกเป็น 4 ระดับ แบบประเมินความพึงพอใจ จำนวน 20 ข้อ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการศึกษา ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิจัยพบว่า
- สภาพการดำเนินงานความต้องการพัฒนาและแนวทางการการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะ ของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม พบว่า จากการศึกษาแนวคิดของผู้เกี่ยวข้องที่มีต่อสภาพการดำเนินงานความต้องการพัฒนาและแนวทางการการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะ ของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม ทั้ง 3 ประเด็น คือ ปัญหาด้านการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แหล่งเรียนรู้ ปัญหาด้านการขาดการมีส่วนร่วมของชุมชน ในการจัดการศึกษา และปัญหาด้านความสามารถสมรรถนะของนักเรียน และความต้องการในการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม ของผู้เกี่ยวข้องในการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม ทั้ง 2 ประเด็น ได้แก่ 1) รูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน 2) การส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียน
- การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม องค์ประกอบของรูปแบบ 4 องค์ประกอบ ได้แก่ องค์ประกอบที่ 1 หลักการ คือ การบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน องค์ประกอบที่ 2 จุดมุ่งหมาย เพื่อส่งเสริมสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ องค์ประกอบที่ 3 กระบวนการบริหารแบบมีส่วน ประกอบไปด้วย สถานศึกษา ชุมชน ผู้นำชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยใช้กระบวนการ 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การวางแผน 2) การพัฒนาและสร้างภูมิปัญญา 3) การปฏิบัติตามแผน 4) การติดตามและประเมินผล และ 5) การปรับปรุงและพัฒนา องค์ประกอบที่ 4 การวัดแลประเมินผล ได้แก่ 1) ประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5 ประการ 3 ระยะ ก่อนเรียน ระหว่างเรียน หลังเรียน ได้แก่ (1) สมรรถนะความสามารถในการสื่อสาร (2) สมรรถนะความสามารถในการคิด (3) สมรรถนะความสามารถในการแก้ปัญหา (4) สมรรถนะความสามารถในการ ใช้ทักษะชีวิต (5) สมรรถนะความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 2) ประเมินความพึงพอใจของครูต่อรูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม และ 3) ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน ของโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม
โดยมีปัจจัยสนับสนุนการใช้รูปแบบ และเงื่อนไขสำคัญของการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม ประกอบไปด้วย 1) เงื่อนไขความสำเร็จ ได้แก่ 1) ความตระหนักของผู้เรียน 2) การดำเนินการเป็นลำดับขั้นตอน และ 3) การติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง 2) ปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ 1) ระบบสังคม (Social System) 2) หลักการตอบสนอง (Support System) และ 3) ระบบสนับสนุน (Principles of Reaction)
- ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม สมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม หลังการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยรูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน สรุปโดยภาพรวม อยู่ในระดับ ดีเยี่ยม เรียงตามลำดับ ดังนี้ ลำดับที่ 1 สมรรถนะความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต คิดเป็นร้อยละ 79.88 ลำดับที่ 2 สมรรถนะความสามารถในการคิด คิดเป็นร้อยละ 76.81 ลำดับที่ 3 สมรรถนะความสามารถในการแก้ปัญหา คิดเป็นร้อยละ 71.07 ลำดับที่ 4 สมรรถนะความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คิดเป็นร้อยละ 70.31 และลำดับที่ 5 สมรรถนะความสามารถในการสื่อสาร คิดเป็นร้อยละ 69.54 ตามลำดับ และเปรียบเทียบผลประเมินสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม โดยภาพรวม ก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม เรียงตามลำดับ ดังนี้ ก่อนเรียนนักเรียนมีสมรรถนะโดยภาพรวม คิดเป็นร้อยละ 52.87 ระหว่างเรียนนักเรียนมีสมรรถนะโดยภาพรวม คิดเป็นร้อยละ 61.22 หลังเรียนนักเรียนมีสมรรถนะโดยภาพรวม คิดเป็นร้อยละ 77.24 ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นตามลำดับ
- การประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือ พิทยาคม ดังนี้
4.1 ผลการประเมินความพึงพอใจของครูต่อรูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม พบว่า ครูที่มีความพึงพอใจต่อรูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม อยู่ในระดับความพึงพอใจ มาก คะแนนเฉลี่ย 4.28 โดยมีคะแนนสูงสุด 3 ลำดับแรก เรียงตามลำดับดังนี้ ลำดับที่ 1 การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน ทำให้โรงเรียนมีฐานข้อมูลด้านแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้ครูผู้สอนจัดการศึกษาง่ายขึ้น มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.75 ลำดับที่ 2 รูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เป็นกิจกรรมที่นักเรียนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ได้ลงมือปฏิบัติ และได้ประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตจริงได้ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.71 และลำดับที่ 3 กิจกรรมของรูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐานทำให้นักเรียนได้นำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในชีวิตประจำวันการเรียนรู้ด้วยตนเอง การทำงาน และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นสร้างสัมพันธ์ที่ดีจัดการปัญหาความขัดแย้ง และปรับตัวได้ดี มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.85
4.2 ผลประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐานของโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐานของโรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม อยู่ในระดับความพึงพอใจ มาก คะแนนเฉลี่ย 4.50 โดยมีคะแนนสูงสุด 3 ลำดับแรก เรียงตามลำดับ ดังนี้ ลำดับที่ 1 กิจกรรมการเรียนการสอน ด้วยแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมทำให้นักเรียนมีความรู้และทักษะในการนำไปปฏิบัติได้จริง และกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน ทำให้นักเรียนไม่เบื่อหน่ายในการเรียนรู้ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.75 ลำดับที่ 2 นักเรียนได้ประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลายจากแหล่งเรียรู้ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.75 และลำดับที่ 3 นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจจากการศึกษาในแหล่งเรียนรู้ และภูมิปัญญาท้องถิ่นมากขึ้น และกิจกรรมของรูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ และแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.71
-
ผู้เผยแพร่บทคัดย่อ
- You must be logged in to reply to this topic.





