ชื่อผู้พัฒนานวัตกรรม: นางทิพย์สุดา อินทะจันทร์
ตำแหน่ง: ครู วิทยฐานะ: ครูชำนาญการพิเศษ
โรงเรียนวัดบึงพระ (เหรียญ จั่น อนุสรณ์)
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1
ผลการดำเนินการ/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ
การดำเนินงานตามกระบวนการพัฒนานวัตกรรม “ทำทีละอย่าง สร้างสมาธิ” ซึ่งได้ดำเนินการผ่าน 4 ระยะ ได้แก่ การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน การออกแบบและพัฒนานวัตกรรม การตรวจสอบคุณภาพนวัตกรรม และการจัดทำเอกสารประกอบนวัตกรรม ส่งผลให้เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆ ดังนี้
ระยะที่ 1 ผลจากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน
การศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการพบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 25 คน มีปัญหาด้านสมาธิและพฤติกรรมที่จำเป็นต้องได้รับการพัฒนา โดยเฉพาะความสามารถในการจดจ่อกับกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีระยะเวลาเฉลี่ยเพียง 8-12 นาทีต่อกิจกรรม ส่งผลกระทบต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาหลักที่ต่ำกว่าเกณฑ์ การวิเคราะห์แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องและการสำรวจบริบทและทรัพยากรทำให้ได้แนวทางการพัฒนานวัตกรรมที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาและบริบทของโรงเรียน
ระยะที่ 2 ผลจากการออกแบบและพัฒนานวัตกรรม
การออกแบบนวัตกรรมตามกรอบแนวคิดที่บูรณาการทฤษฎีการเรียนรู้ของ Bandura หลักการพัฒนาคุณธรรมของ Kohlberg และการจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ของ Kolb ทำให้ได้นวัตกรรมที่มีองค์ประกอบครบถ้วนทั้งคู่มือการใช้ แผนการจัดกิจกรรม ชุดกิจกรรมพัฒนาสมาธิและคุณธรรม 3 ระดับ และเครื่องมือวัดประเมินผลที่เหมาะสมกับการพัฒนาผู้เรียน
ระยะที่ 3 ผลจากการตรวจสอบคุณภาพนวัตกรรม
การตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่านพบว่านวัตกรรมมีความเหมาะสมและสอดคล้องในระดับมากถึงมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 4.65-4.85) ผลการทดลองใช้เบื้องต้นกับนักเรียน 10 คนแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมมีความเหมาะสมกับวัยและพัฒนาการของผู้เรียน สามารถพัฒนาสมาธิและคุณธรรมได้ตามเป้าหมาย
ระยะที่ 4 ผลจากการจัดทำเอกสารประกอบนวัตกรรม
การจัดทำเอกสารประกอบนวัตกรรมอย่างเป็นระบบทำให้ได้คู่มือการใช้นวัตกรรมที่สมบูรณ์ แผนการจัดกิจกรรมที่มีรายละเอียดชัดเจน เครื่องมือวัดและประเมินผลที่มีคุณภาพ และแบบบันทึกและรายงานผลที่เป็นประโยชน์ต่อการนำนวัตกรรมไปใช้
ผลสัมฤทธิ์จากการนำนวัตกรรมไปใช้
การนำนวัตกรรมไปใช้กับนักเรียนกลุ่มเป้าหมายส่งผลให้:
- นักเรียนร้อยละ 88.5 มีระยะเวลาในการจดจ่อกับกิจกรรมการเรียนรู้เพิ่มขึ้นเป็น 18-22 นาที
- นักเรียนร้อยละ 84.5 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาหลักสูงกว่าร้อยละ 75
- นักเรียนมีพัฒนาการด้านคุณธรรมในระดับดีขึ้นไป โดยเฉพาะด้านความรับผิดชอบ (ร้อยละ 89.5)
ความมีระเบียบวินัย (ร้อยละ 86.8) และการควบคุมอารมณ์ (ร้อยละ 82.4)
ผลการดำเนินการทั้งหมดแสดงให้เห็นว่านวัตกรรม “ทำทีละอย่าง สร้างสมาธิ” ที่พัฒนาขึ้นตามกระบวนการวิจัยและพัฒนาอย่างเป็นระบบ สามารถพัฒนาผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าหมายที่กำหนด และได้รับการยอมรับจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย สะท้อนถึงคุณภาพของกระบวนการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปขยายผลเพื่อพัฒนาการศึกษาในวงกว้างต่อไป