เรื่องการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนสุขศึกษา ตามแนวคิดการเรียนรู้ แบบใช้ปัญหาเป็นฐานผสมผสานกลวิธีเมตาคอกนิชัน

Home ฟอรั่ม บทคัดย่อ เรื่องการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนสุขศึกษา ตามแนวคิดการเรียนรู้ แบบใช้ปัญหาเป็นฐานผสมผสานกลวิธีเมตาคอกนิชัน

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • ผู้เผยแพร่
    บทคัดย่อ
  • #16043
    1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และและคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน

    การจัดการเรียนการสอนสุขศึกษาในปัจจุบัน พบว่า ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่น่าพอใจ เนื่องจาก หลายสาเหตุ เช่น นักเรียนเรียนแล้วไม่สามารถนำความรู้เหล่านั้นไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ นักเรียน ไม่ได้ป้องกันตนเองจากโรคติดต่อต่าง ๆ นักเรียนขาดการค้นคว้าเพิ่มจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย กิจกรรมการเรียนการสอนที่ไม่น่าสนใจ นักเรียนขาดความรับผิดชอบสภาพของการเรียนการสอนสุขศึกษาในสถานศึกษายังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่น่าพอใจ ทั้งนี้ก็เนื่องจากเหตุผลหลายประการ นักเรียนมีปัญหาเรื่องการค้นคว้าหาความรู้เพื่อมาใช้ในการแก้ปัญหาไม่ถูกต้อง ไม่เพียงพอ แม้ว่าจะเรียนในห้องเรียนและแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบให้ไปสืบค้นหาข้อมูลมารวมกันเพื่อสรุปสังเคราะห์เป็นความรู้สำหรับแก้ปัญหาแล้วก็ตาม แต่นักเรียนก็ยังไม่สามารถนำความรู้ที่หาได้ มาแก้ปัญหาได้ถูกต้องเพราะนักเรียนหาข้อมูลหรือค้นคว้าความรู้เพื่อมาสรุปเพื่อไปตอบปัญหาไม่เพียงพอทำให้ตอบปัญหาไม่ได้สมบูรณ์ ขาดการมีความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ที่รับมอบหมาย ขาดพฤติกรรมที่ดีในการทำงานกลุ่ม ขาดการแสวงหาความรู้

    ความสามารถในการแก้ปัญหา (Problem Solving Ability) เป็นความสามารถทางสมองด้านการคิดวิเคราะห์ ใช้ความรู้ ประสบการณ์ที่มีความสัมพันธ์กับสติปัญญา เพื่อหาคำตอบในเรื่องที่อยากรู้หรือสงสัยให้เกิดความกระจ่างอย่างถูกต้องเหมาะสม ความสามารถในการแก้ปัญหาสามารถพัฒนาได้โดยบุคคลจะใช้ประสบการณ์ และทักษะความรู้เดิมที่ได้สั่งสมไว้หรือใช้ความรู้เดิมผสมผสานกับความรู้ใหม่ๆ ที่ค้นคว้าหรือหาเข้ามาเพิ่มเติม สร้างเป็นองค์ความรู้ใหม่ ๆ แล้วนำมาใช้เป็นความรู้เพื่อใช้แก้ปัญหาใหม่ๆ ที่ต้องเผชิญนั้น เป็นความสามารถที่มีความสำคัญของบุคคลประการหนึ่ง ทำให้บุคคลสามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญในชีวิตได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ ตลอดจนมีความเข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม (ทิศนา แขมณี, 2552)

    การจัดการเรียนการสอนแบบใช้ปัญหาเป็นฐาน เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยให้ผู้เรียนเผชิญปัญหา ผู้เรียนจะหาวิธีการและความรู้ต่าง ๆ มาประกอบเพื่อใช้ในการตัดสินใจให้ได้คำตอบในปัญหาต่าง ๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผลคุณธรรมจริยธรรมและข้อมูลสารสนเทศ มีการประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาและมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม สามารถพัฒนาได้โดยบุคคลจะใช้ประสบการณ์และทักษะความรู้ที่มีมาก่อนสั่งสมเป็นความรู้ใช้แก้ปัญหาใหม่ นักเรียนต้องค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง การค้นพบความรู้ด้วยตนเองจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางปัญญาพร้อมกับเกิดการมีปฏิสัมพันธ์ในกลุ่ม เพราะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันแล้วสร้างเป็นองค์ความรู้ใหม่นำไปใช้ในการแก้ปัญหานั้น ๆ (สุรางค์ โค้วตระกูล, 2545)

    เมตาคอกนิชันเป็นการรู้เกี่ยวกับกระบวนการรู้คิดของตนเองหรือการที่บุคคลรู้ว่าตนเองรู้และมีความสามารถอะไรและตนเองยังไม่รู้อะไรความสามารถในการใช้ ควบคุม กำกับประเมินตรวจสอบความรู้ความสามารถที่มีเพื่อทำให้การทำงาน หรือการเรียนรู้หรือการแก้ปัญหา บรรลุตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้อย่างมีประสิทธิภาพ และหมายความรวมถึงการที่บุคคลสามารถแสดงหรือถ่ายทอดความรู้ที่มีให้บุคคลอื่นๆ รู้และเข้าใจในกระบวนการรู้คิดของตนได้ ด้วยการบรรยายอภิปรายหรือวิธีการอื่น ๆ การมีเมตาคอกนิชันจึงเป็นความสำคัญของผู้ใช้ทักษะการคิดและกระบวนการคิดดังนี้จึงต้องพัฒนาให้ผู้เรียนเป็นผู้มี เมตาคอกนิชัน เพราะจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อบุคคลในการดำเนินชีวิตตลอดไป การจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนเกิดเมตาคอกนิชันจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถถ่ายโยงความรู้ไปใช้ยังสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ (Cross and Paris, 1988)

    การเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานผสมผสานกลวิธีเมตาคอกนิชัน มีลักษณะเป็นการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยนำการจัดการเรียนการสอนแบบใช้ปัญหาเป็นฐานมาผสมผสานกับขบวนการรู้คิดของผู้เรียน หรือที่เรียกว่าเมตาคอกนิชัน โดยใช้ปัญหาเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความต้องการที่จะหาความรู้เพื่อแก้ปัญหา เป็นรูปแบบของการจัดกระบวนการเรียนการสอนที่มีกิจกรรมเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ฝึกทักษะสร้างองค์ความรู้จากสถานการณ์ปัญหาใกล้ตัวโดยมุ่งเน้นที่บทบาทของผู้เรียนให้ผู้เรียนได้เผชิญปัญหาแสวงหาความรู้ได้คิด แก้ปัญหาด้วยตนเอง ปรึกษาหารืออภิปรายร่วมกันเป็นกลุ่มมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะ และพัฒนาผู้เรียนให้สามารถเรียนรู้โดยการรู้และเข้าใจความคิดความรู้ความสามารถของตนเอง สามารถนำความรู้เดิมมาเชื่อมโยงกับปัญหาที่เผชิญเพื่อสร้างความเข้าใจในปัญหานั้น ๆ หรือนำความรู้ที่เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ใหม่ที่มีบริบทใกล้เคียงกันหรือการนำความรู้ที่มีอยู่เดิมไปใปใช้ในสถานการณ์ที่มีบริบทต่างไปจากเดิมที่ได้เรียนครั้งแรกและการได้รับความรู้ใหม่จากการบูรณาการความรู้เดิมกับความรู้ใหม่แล้วสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฝึกให้ผู้เรียนสามารถควบคุม กำกับตนเอง ให้นำความรู้ความสามสามารถที่มีอยู่เดิมตลอดจนแสวงหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อนำมาใช้แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้สอนจะมีบทบาทในการเป็นผู้แนะนำและอำนวยความสะดวกในการเรียน ตลอดจนเป็นแหล่งการเรียนรู้หนึ่งของผู้เรียนด้วย ดังนั้นลักษณะเด่นของรูปแบบการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานผสมผสานกลวิธีเมตาคอกนิชัน จึงเป็นรูปแบการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหา เมตาคอกนิชันและความสามารถในการถ่ายโอนการเรียนรู้ของผู้เรียนให้พัฒนาเพิ่มพูนมากขึ้น ผู้เรียนจะมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอนทำให้เข้าใจบทเรียนดียิ่งขึ้นเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมายต่อตนเอง ส่งผลให้จดจำความรู้ที่เรียนได้ได้ในระยะยาวและมีสัมฤทธิผลในเรื่องที่เรียนสูงขึ้น (ทิศนา แชมณี, 25552 และสุภาวดี เฉลยสุข, 2551)

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • You must be logged in to reply to this topic.