ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการนิเทศภายในเชิงระบบร่วมกับการทำงานเป็นทีมและการมีส่วนร่วม ของผู้บริหารสถานศึกษาและครู สำหรับโรงเรียนเนินสง่าวิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ
ผู้วิจัย นายจิระศักดิ์ ตั้งใจดี
ปีที่วิจัย 2566
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ (1) เพื่อศึกษาสภาพที่เคยเป็นมา สภาพปัจจุบัน สภาพปัญหา สภาพที่คาดหวัง ทางเลือกเพื่อการแก้ปัญหาหรือบรรลุสภาพที่คาดหวัง ในการพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนเนินสง่าวิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ การเลือกทางเลือกเพื่อการปฏิบัติ และปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากการนำทางเลือกไปปฏิบัติที่มีการใช้กระบวนการนิเทศภายในเชิงระบบ ร่วมกับการทำงานเป็นทีมและการมีส่วนร่วม ของผู้บริหารสถานศึกษาและครู มาเป็นตัวสอดแทรก และใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม และ (2) เพื่อศึกษาสภาพการเปลี่ยนแปลงและการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นทั้งในระดับตัวบุคคล กลุ่มบุคคลและโรงเรียน และองค์ความรู้ที่เกิดขึ้น จากการนำเอากระบวนการนิเทศภายในเชิงระบบร่วมกับการทำงานเป็นทีมและการมีส่วนร่วม ของผู้บริหารสถานศึกษาและครู มาเป็นตัวสอดแทรก เพื่อพัฒนางานวิชาการของโรงเรียนเนินสง่าวิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ และใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม การศึกษาครั้งนี้ เป็นกรณีศึกษาของโรงเรียนเนินสง่าวิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ เป็นโรงเรียนที่มีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้ ในการที่ผู้วิจัยจะเข้าไปปฏิบัติงานภาคสนาม เนื่องจากผู้วิจัยดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรประสงค์ที่จะร่วมพัฒนางานด้านวิชาการด้วยระเบียบวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม การพัฒนางานวิชาการจำกัดขอบเขตอยู่ในเกณฑ์ที่ผู้วิจัยและผู้ร่วมวิจัยเป็นผู้กำหนดขึ้น หรือตกลงใช้มาตรฐานของหน่วยงานภาครัฐเป็นเกณฑ์ในการประเมินคุณภาพงานวิชาการในโรงเรียนสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ระยะเวลาในการวิจัย กำหนดตามวงจรการปฏิบัติงาน ปีการศึกษา 2566 ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2566 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2567 จากการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการนิเทศภายในเชิงระบบ ร่วมกับการทำงานเป็นทีมและการมีส่วนร่วม ของผู้บริหารสถานศึกษาและครู สำหรับโรงเรียนเนินสง่าวิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ 2 วงจร 10 ขั้นตอน
ผลการวิจัยพบว่า
กระบวนการนิเทศภายในเชิงระบบร่วมกับการทำงานเป็นทีมและการมีส่วนร่วม ของผู้บริหารสถานศึกษาและครู เป็นตัวสอดแทรกและในกรณีที่เกี่ยวกับ “การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม” นั้น มีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้คือ 1) โครงสร้างการบริหารและจัดการงานวิชาการ ด้วยการทำงานเป็นทีมและการมีส่วนร่วม ของผู้บริหารสถานศึกษาและครู 2) ใช้กระบวนการนิเทศภายในเชิงระบบร่วมกับการทำงานเป็นทีมและการมีส่วนร่วม ของผู้บริหารสถานศึกษาและครูที่มีประสิทธิผล 7 ประการ (MITIMAI) ดังนี้ สร้างแรงจูงใจ (Motivation) ให้งานสำคัญ (Important work) ความไว้วางใจกัน (Trust) มีความเป็นอิสระ (Independent) สนับสนุนปัจจัย (Material) ให้การยอมรับ(Acceptation) และการป้อนกลับข้อมูลข่าวสาร (Information) 3) การกำหนดบทบาทหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้อง 4) การคำนึงถึงหลักการ 10 จรรยาบรรณ 10 และบทบาท 10 ประการของผู้วิจัยในการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเป็นพื้นฐาน และ 5) มีขั้นตอนย่อยการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอน 9 ขั้นตอน ได้ข้อสรุปที่เรียกว่า “กรอบการปฏิบัติการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการนิเทศภายในเชิงระบบร่วมกับการทำงานเป็นทีมและการมีส่วนร่วม ของผู้บริหารสถานศึกษาและครู สำหรับโรงเรียนเนินสง่าวิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ : องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม
คำสำคัญ : รูปแบบการบริหารงานวิชาการ, กระบวนการนิเทศภายในเชิงระบบ, การทำงานเป็นทีมและการมีส่วนร่วม
การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการนิเทศภายในเชิงระบบร่วมกับการทำงานเป็นทีมและการมีส่วนร่วม ของผู้บริหารสถานศึกษาและครูสำหรับโรงเรียนเนินสง่าวิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ
- Advertisement -























